เค้กสั่งทำและงานพรีออเดอร์

ตั้งราคาเค้กจากต้นทุน งานตกแต่ง และเงื่อนไขของออเดอร์

แยกต้นทุนภายในร้านออกจากข้อความที่จะส่งให้ลูกค้า แล้วตรวจขนาด แบบ งานด่วน และการจัดส่งให้ครบก่อนยืนยันราคา

1. ยืนยันขอบเขตงานก่อนคิดราคา

ถามขนาด จำนวนเสิร์ฟ รสชาติ ไส้ สี ธีม ของตกแต่ง ข้อความบนเค้ก วันรับสินค้า และวิธีจัดส่งให้ชัด ภาพอ้างอิงช่วยอธิบายสไตล์ได้ แต่ไม่ควรสรุปว่าต้นทุนและเวลาจะเท่ากับงานเดิมโดยอัตโนมัติ

หากรายละเอียดบางส่วนยังไม่แน่นอน ให้ระบุว่าเป็นราคาเบื้องต้นและบอกเงื่อนไขที่อาจทำให้ราคาเปลี่ยน แทนการซ่อนความไม่แน่นอนไว้ในตัวเลขเดียว

2. คำนวณต้นทุนฐานของเค้ก

เริ่มจากสูตรและขนาดที่ใช้จริง รวมวัตถุดิบหลัก ไส้ ครีม ของตกแต่ง แผ่นรอง กล่อง และวัสดุที่ใช้กับออเดอร์ จากนั้นเพิ่มค่าแรงและค่าใช้จ่ายร้านตามกติกาที่ร้านกำหนด

ต้นทุนฐาน = ต้นทุนสูตร + บรรจุภัณฑ์ + ค่าแรง + ค่าใช้จ่ายร้านที่จัดสรร

ถ้าเค้กหนึ่งงานใช้หลายสูตรหรือมีส่วนประกอบย่อย เช่น ซอส ไส้ หรือครีม ให้รวมต้นทุนส่วนประกอบตามปริมาณที่ใช้จริง อย่านับเต็มสูตรซ้ำทุกส่วนหากมีของเหลือใช้กับงานอื่นได้

3. แยกต้นทุนและราคาสำหรับตัวเลือกพิเศษ

ของตกแต่งนำเข้า ดอกไม้ โมเดลปั้น งานวาด งานหลายชั้น งานด่วน หรือการจัดส่งมีต้นทุนและความเสี่ยงต่างจากเค้กมาตรฐาน บันทึกแต่ละรายการแยกกันเพื่อให้แก้ไขใบราคาได้โดยไม่ต้องคำนวณใหม่ทั้งหมด

ตัวอย่างโครงสร้างราคา: เค้กฐาน 1 รายการ + ของตกแต่งพิเศษ + ค่างานด่วน + ค่าจัดส่ง − ส่วนลดที่ยืนยันแล้ว = ราคาที่ลูกค้าเห็น ตัวเลขภายใน เช่น ราคาซื้อวัตถุดิบ ค่าแรง และกำไร ไม่จำเป็นต้องอยู่ในข้อความลูกค้า

4. ตรวจ Profit และ Margin ก่อนส่ง

นำราคาที่กำลังจะเสนอมาเทียบกับต้นทุนรวม หากมีค่าธรรมเนียมรับชำระหรือค่าคอมมิชชันช่องทางขาย ให้หักจากรายรับด้วย อย่าสลับ Margin กับ Markup เพราะเป้าหมายเปอร์เซ็นต์เดียวกันให้ราคาต่างกัน

คุณสามารถอ่าน ความต่างระหว่าง Margin และ Markup และลองตัวเลขใน เครื่องคำนวณกำไร

5. ส่งเฉพาะข้อมูลที่ลูกค้าต้องใช้ตัดสินใจ

ใบราคาควรมีขนาด แบบ ตัวเลือก วันที่รับสินค้า การจัดส่ง ราคาสุดท้าย และเงื่อนไขสำคัญ ตรวจข้อความและรูปทุกครั้งก่อนแชร์ ไม่ควรส่งต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง กำไร Margin สูตรภายใน หรือบันทึกสำหรับร้านไปกับข้อความลูกค้า

BakeCostDee: การสร้าง แก้ไข และแชร์ Cake Quote เป็นฟีเจอร์ Pro Lifetime และข้อความลูกค้าถูกออกแบบให้ไม่แสดงต้นทุนหรือกำไรภายในร้าน

6. ทบทวนหลังจบงาน

หลังส่งมอบ ให้เทียบเวลาที่คาดกับเวลาที่ใช้จริง วัตถุดิบหรือบรรจุภัณฑ์ที่เกิน และค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้น หากแบบเดิมมีลูกค้าสั่งซ้ำ การเก็บข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ใบราคาครั้งถัดไปเริ่มจากหลักฐานของร้านแทนความจำ